วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น Transformers 1 Transformers 2 Transformers 3 Transformers 4


ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น (อังกฤษTransformers: Revenge of the Fallen) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวนวนิยายวิทยาศาสตร์ แอ็กชัน ออกฉายวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักรและในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2009ในอเมริกาเหนือ[3] เป็นภาคต่อของ มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล ในปี 2007 โดยไมเคิล เบย์และสตีเวน สปีลเบิร์ก กลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ตามลำดับ ขณะที่ไชอา เลอบัฟก็รับบทเดิมคือ แซม วิตวิกกี มนุษย์ที่อยู่ภายใต้สงครามระหว่างออโตบอตส์และดีเซปติคอนส์ ภาพยนตร์ยังมีหุ่นใหม่ ๆ เพิ่มอีกหลายตัวและยังขยายอาณาเขตไปหลายประเทศ โดยเฉพาะที่เด่นชัดอย่างในพม่าและไซบีเรีย
อุปสรรคของภาพยนตร์ในขั้นตอนการผลิต คือการประท้วงของกลุ่มนักเขียนบทในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2007-2008 เช่นเดียวกับการประท้วงของของสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกาและสมาคมนักเขียนบท เบย์เสร็จสิ้นภาคผลิตทันเวลาจากความช่วยเหลือในการทำภาพร่างหนัง และเขียนบทโดย โรเบอร์โต ออร์ซิ, อเลกซ์ เคิร์สซแมน และเอห์เรน ครูเกอร์ ภาพยนตร์ถ่ายทำระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2008
สำหรับในประเทศไทย มีการจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ณ เซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะมีการฉายรอบสื่อมวลชน ทั้งในระบบฟิล์มปกติ ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีนีมา และในระบบไอแม็กซ์ ดีเอ็มอาร์ ณ กรุงศรี ไอแม็กซ์ เธียเตอร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เนื้อเรื่อง

สองปีผ่านไป นับแต่หนุ่มน้อย แซม วิทวิคกี้ (ไชอา เลอบัฟ) ได้ช่วยจักรวาลให้รอดพ้นจากศึกขั้นเด็กขาดระหว่างหุ่นยนต์จากต่างดาวที่กำลังสู้รบกันอยู่ แม้จะสร้างวีรกรรมอันกล้าหาญสุดขั้วมาแล้ว แต่แซมยังคงเป็นวัยรุ่นธรรมดาที่มีปัญหาว้าวุ่นใจไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย การต้องทิ้ง มิเคล่า (มีแกน ฟ็อกซ์) แฟนสาวของเขาเอาไว้ที่บ้านเกิด และต้องแยกห่างจากพ่อแม่ของเขา รอน และจูดี้ (เควิน ดันน์ และจูลี่ ไวท์) เป็นครั้งแรก แน่นอน ยังมีเรื่องหนักใจอื่นๆ อีกเมื่อแซมต้องพยายามอธิบายให้เพื่อนใหม่ของเขาฟังว่าทำไมเขาถึงต้องจากมา เพื่อนคนใหม่ที่ว่าก็คือหุ่นยนต์ที่คอยคุ้มครองดูแลเขาอย่างบัมเบิลบี สำหรับแซมแล้ว เป้าหมายของเขาก็คือการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเด็กนักศึกษาธรรมดาๆ แต่การจะทำตัวให้ธรรมดาได้ เขาต้องทำเป็นไม่สนโชคชะตาของตัวเขาเองเสียก่อน
ขณะที่แซม พยายามทำดีที่สุดเพื่อทิ้งปัญหาต่างๆ เอาไว้ที่มิสชั่นซิตี้ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ อย่างไรก็ดี สงครามระหว่างพวกออโต้บ็อทส์ กับดีเซ็ปติคอนส์ ซึ่งดำเนินไปอย่างลับๆ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เซ็คเตอร์ 7 ถูกยุบไป และเจ้าหน้าที่ซิมม่อนส์ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) นายทหารผู้ภักดีกับเซ็คเตอร์ 7 ถูกไล่ออก และที่ถูกตั้งขึ้นมาแทนที่ก็คือเนสท์ (NEST) องค์กรใหม่ ซึ่งเลือกใช้งานนายทหารผู้มีประสบการณ์ภาคสนามอย่างเลนน็อกซ์ (จอช ดูฮาเมล) และเอ็ปป์ส (ไทรีส กิ๊บสัน) พยายามหาวิธีทำงานเคียงข้างไปกับกลุ่มออโต้บ็อทส์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกดีเซ็ปติคอนส์ โชคร้ายที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ธีโอดอร์ กัลโลเวย์ (จอห์น เบ็นจามิน ฮิคกี้) เหมือนจะเล็งเห็นถึงอันตราย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยึดครองอำนาจควบคุมขององค์กรทุกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม รวมไปถึงอำนาจของแต่ละองค์กรเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็จะได้กำจัดหน่วยงานรัฐบาลที่เขาเห็นว่าไม่มีความสำคัญทิ้งไป กัลโลเวย์ จึงพยายามปิดเนสท์ ทิ้ง โดยเขาเชื่อว่าภัยคุกคามจากสงครามที่สร้างความวอดวายของกลุ่มหุ่นยนต์ต่างดาวสองกลุ่มนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาเชื่อว่ามนุษย์ไม่สนใจในความขัดแย้งที่ออโต้บ็อทส์ มีต่อพวก ดีเซ็ปติคอนส์
เมื่อชีวิตของ แซม ในที่เรียนใหม่เริ่มเข้าที่เข้าทาง โดยเขาสามารถปรับตัวเข้ากับลีโอ (ราม่อน ร็อดริเกซ) เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ที่เป็นจอมจุ้นจ้าน และอลิซ (อิซาเบล ลูคัส) เพื่อนสาวคนใหม่ที่จุ้นพอกัน แต่พอดีเป็นผู้หญิงเลยน่าสนใจกว่า จู่ๆ แซมก็เกิดความว้าวุ่นขึ้นอีกจนได้เมื่อเขาเห็นภาพที่แว่บขึ้นมาในหัวของเขาราวกับสายฟ้าแล่บ ด้วยความหวาดกลัวว่าเขาอาจกำลังวิกลจริตเหมือนปู่ของเขา แซมจึงเก็บภาพที่เขาเห็นในหัวเอาไว้เป็นความลับ จนกระทั่งเขาไม่อาจทนเมินเฉยต่อข้อความและสัญลักษณ์ที่แทรกซึมเข้าไปในความคิดของเขาได้
ถึงจะวางแผนมาเป็นอย่างดี แต่ แซม พบว่าเขาต้องไปติดอยู่กลางศึกระหว่าง ออโต้บ็อทส์ และ ดีเซ็ปติคอนส์ โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพันอีกเช่นเคย แต่ที่แซมยังไม่รู้ก็คือเขาคือผู้กุมกุญแจที่จะไขไปสู่ผลลัพธ์ของการทำศึกระหว่างความชั่วและพลังแห่งความดี ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ รวมไปถึงเพื่อนที่เนสท์ และแม้กระทั่งพ่อกับแม่ของเขาเอง ในที่สุดแซม ก็ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นวิทวิคกี้ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด เขาไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวเองจากคำขวัญประจำตระกูลที่ว่า “ไม่เสียสละ ชัยชนะก็ไม่เกิด!” อีกต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...